ความพร้อมก่อนเกม ปีศาจแดง เปิดบ้านหล่อนเบิร์นลีย์ รักษาลำดับในตาราง

ความพร้อมก่อนเกม แมนฯ ยู เปิดรัง หลอน เบิร์นลีย์

ความพร้อมก่อนเกม แมนฯ ยู หวังจะกลับมาคืนฟอร์มเก่งให้ได้หลังจากพ่ายแพ้ต่อคู่อริอย่าง ลิเวอร์พูล เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยคืนนี้พวกเขาจะเปิดรัง โอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการเยือนของ เบิร์นลีย์ ซึ่งฤดูกาลที่แล้วสามารถบุกมาเก็บหนึ่งแต้มจากที่นี่ได้ด้วย ก่อนเกมเรารวบรวมข้อมูลความพร้อมของทีมมานำเสนอ

อย่างที่พวกเราได้เห็นกันในศึกแดงเดือดที่ผ่านมา “ผีแดง” มีปัญหาเรื่องการจบสกอร์เป็นอย่างมาก แม้รูปเกมจะสามารถต่อกรกับ “หงส์แดง” ได้ดีแต่พวกเขาขาดความเฉียบคมในจังหวะสุดท้าย น่าคิดเหมือนกันว่าหากเกมนั้นมี มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงสนามด้วยจะทำให้ทีมดีขึ้นหรือไม่? เพราะกองหน้าทีมชาติอังกฤษคือดาวซัลโวของทีมผู้ยิงรวมกันทุกรายการถึง 19 ประตู

แม้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล จะยิงรวมทุกรายการ 11 ประตู แต่ทว่ากองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสซัดแค่ประตูเดียวจาก 4 เกมหลังสุดที่ออกสตาร์ทตัวจริง แถมในเกมแดงเดือดเจ้าตัวก็มีโอกาสทองที่จะทำให้ทีมตีเสมอแต่ยิงพลาดเป้าออกไปไกล ในช่วงเวลาที่ แรชฟอร์ด บาดเจ็บ มาร์กซิยาล ควรจะทำหน้าที่เป็นเพชรฆาตให้กับทีม ดังนั้นในเกมพบ เบิร์นีลย์ เขาต้องพิสูจน์ให้เห็น

ช่วงนี้ “ผีแดง” เจอกับปัญหาผู้เล่นตัวหลักขาดแคลนมากมาย อย่างในรายของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็ต้องพักยาวถึง 2 เดือนเลยทีเดียว และล่าสุดในการซ้อมที่ แคร์ริงตัน เมื่อวานนี้มีข่าวว่า วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ มีอาการป่วย ทางสโมสรจึงอนุญาตให้กลับบ้านโดยไม่ต้องซ้อม น่าสนใจว่าหากเขาพลาดลงสนามใครจะเป็นคนลงเล่นแทน

เชื่อว่าตัวเลือกอย่าง ฟิล โจนส์ มีความเป็นไปได้มากที่สุด แต่ทว่าเมื่อพิจารณาจากฟอร์มการเล่นที่ผ่านมา โซลชา อาจจะเลือกใช้ ลุค ชอว์ ลงเล่นเซนเตอร์ฮาล์ฟเหมือนกับที่ใช้ในเกมแดงเดือด หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือการส่ง เอริก ไบยี่ ลงสนาม ซึ่งในเกมแดงเดือดเขากลับมามีชื่อในทีมเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 6 เดือนเลยทีเดียว เจ้าตัวได้ลงสนามเพื่อเรียกความฟิตกับทีมชุด U-23 ไปแล้ว และเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาก็มีข่าวว่า ผีแดง จะใช้อ็อพชั่นต่อสัญญาเขาไปอีก 2 ปีด้วย ไม่แน่ว่าคืนนี้เราอาจจะได้เห็นเขารีเทิร์นกลับมาเป็นตัวจริง

ใครยังจำกันได้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เบิร์นลีย์ เคยเกือบบุกมาเก็บสามแต้มที่รัง โอลด์ แทรฟฟอร์ด โดยเกมนั้น เบิร์นลีย์ อุตส่าห์ทำช็อกเจ้าถิ่นด้วยการยิงสองประตูในครึ่งหลังจาก แอชลีย์ บาร์นส์ และคริส วู้ด ทว่าลูกทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังคงไว้ลายรัวสองประตูรวดจากจุดโทษของ ปอล ป็อกบา ในนาที 87 ก่อนที่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ จะซ้ำประตูตีเสมอแบบหวุดหวิดซึ่งการเสมอนัดนั้นทำให้ โซลชา เสียสถิติชนะรวดในพรีเมียร์ลีกโดนหยุดไว้ที่ 9 นัดติดต่อกัน ต้องมารอดูกันว่าคืนนี้ เบิร์นลีย์ จะมาสร้างเซอร์ไพรส์ที่โรงละครแห่งความฝันอีกหรือไม่

เบิร์นลีย์ เพิ่งจะกลับมาจากฝั่งหลังจากทีมทำผลงานย่ำแย่พ่ายแพ้ 4 เกมติดต่อกัน โดยหนึ่งในนั้นเป็นเกมที่พวกเขาปราชัยต่อ ปีศาจแดง 2-0 ที่ เทิร์ฟ มัวร์ ด้วย แต่ในนัดล่าสุดนั้นพวกเขาพลิกล็อกบุกไปปราบทีมอันดับ 3 อย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ได้อย่างเหลือเชื่อ ทำให้ตอนนี้ เบิร์นลีย์ มีแต้มห่างจากโซนตกชั้นอยู่ 5 แต้ม แน่นอนว่านักเตะที่น่าจับตามองคือ คริสต์ วู้ด ซึ่งในเกมกับ เลสเตอร์ ซิตี้ เขาก็เป็นคนทำประตูด้วย

อย่างไรก็ตามปัญหาที่สำคัญของพวกเขาคือการยิงประตูในครึ่งแรก เนื่องจาก 11 นัดหลังสุดในลีกพวกเขายิงในครึ่งแรกไม่ได้เลยสักประตู โดย 10 จาก 11 นัดหลังสุดที่ยิงได้มาจากครึ่งหลังทั้งสิ้น

ปิดท้ายกันด้วยสถิติที่น่าสนใจของเกมนี้ โดย เบิร์นลีย์ เคยชนะ แมนฯยูไนเต็ด 1-0 ในการเจอกันครั้งแรกในชื่อพรีเมียร์ลีก แต่หลังจากนั้น 10 เกมพวกเขาไม่พบกับชัยชนะอีกเลย (เสมอ 4 แพ้ 6) แถมถ้านับการเล่นใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด อย่างเดียว เบิร์นลีย์ เก็บชัยชนะครั้งล่าสุดต้องย้อนกลับไปไกลถึงเดือนกันยายนปี 1962 เพราะหลังจากนั้น 15 นัดก็แพ้ 8 เสมอ 7 อย่างไรก็ตามการเยือน แมนฯยูไนเต็ด 3 ครั้งหลังสุด เบิร์นลีย์ สามารถบุกไปเก็บหนึ่งแต้มได้ทุกนัด

เรียบเรียงโดย ข่าว ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก

ขอบคุณและติดตามข่าวได้ทาง  โลกแมนฯยู

ติดตามหนังใหม่ก่อนใคร คลิก ดูหนัง hd

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here